เชื่อว่าในหลาย ๆ ครอบครัวกำลังประสบปัญหาลูกติดมือถือ หรือ ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป และผู้ปกครองหลายท่านอาจยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร วันนี้นักกิจกรรมบำบัดจึงมีข้อมูลดี ๆ มาร่วมแบ่งปันให้แก่ผู้ปกครองทุกท่านได้ลองไปปรับใช้กับลูก ๆ ที่บ้านครับ
ปัจจุบันโลกของเราเข้าสู่สังคมแห่งเทคโนโลยีที่ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ทำให้ทุกคนสามารถรับข้อมูลข่าวสาร และสื่อบันเทิงต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยที่เด็กยุคใหม่จะมีโอกาสในการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาพบว่าเด็กไทยใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากถึง 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งปกติไม่ควรเกิน 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และในอนาคตเด็กไทยมีแนวโน้มที่จะใช้เวลากับหน้าจอเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ (1)
การที่เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอแน่นอนว่าเด็กจะได้รับความบันเทิงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิงจากการรับชมสื่อประเภทวิดีโอ ภาพยนต์ การ์ตูน หรือได้รับจากการเล่นเกมต่าง ๆ อีกทั้งบางครอบครัวคุณพ่อคุณแม่อาจใช้หน้าจอเป็นตัวช่วยเพื่อลดความวุ่นวายของลูก ๆ เพื่อให้ไม่รบกวนในขณะที่ปกครองทำงานหรือทำกิจกรรมระหว่างวัน ทั้งนี้ผู้ปกครองควรสังเกตหากเด็กเริ่มติดหรือใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป หมกหมุ่นอยู่กับหน้าจอจนกระทบกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญานเตือนว่าเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดหน้าจอ และหากปล่อยให้เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อเด็ก ๆ ตามมาได้ (2, 3) เช่น
-
ส่งผลต่อพัฒนาการรอบด้าน
-
ส่งผลต่อร่างกาย ทำให้ไม่แข็งแรง เหนื่อยง่าย
-
ส่งผลต่อการนอน ทำให้นอนหลับยาก นอนหลับไม่เพียงพอ
-
ส่งผลต่อการเรียน ทำให้ขาดสมาธิ กระทบต่อทักษะที่สำคัญในการเรียน
-
ปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ เช่น มีพฤติกรรมรุนแรง ใจร้อน โมโหง่าย
-
ขาดโอกาสในการเล่น หรือการทำกิจกรรมที่เหมาะสมตามช่วงวัย
-
ปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวลดลง

ที่มา : https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/screen_time_in_child/
|