หมวดหมู่ : ข่าวสารทั่วไป
หัวข้อ : วันมหิดล ตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปี
โดย : admin
อ่าน : 415
ศุกร์ ที่ 24 เดือน กันยายน พ.ศ.2564
พิมพ์ 

วันมหิดล ตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศให้วันดังกล่าวเป็นวันมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494

          สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนทั่วไปว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ขนานนาม วันอันเป็นที่ระลึกสำคัญนี้ว่า “วันมหิดล” เพื่อเป็นการถวายสักการะและแสดงกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน เพราะพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงบำเพ็ญแก่วงการแพทย์ และการสาธารณสุข ของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 12 ปีนั้นได้เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่โรงเรียนแพทย์ และพัฒนาการเรียนการสอนตลอดจนการผลิตแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นการวางรากฐานแก่การแพทย์ และการสาธารณสุขให้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศ ในกาลต่อมา

ประวัติวันมหิดล

         ในปี พ.ศ. 2493 หลังจากที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้เสด็จสวรรคต คณะแพทยศาสตร์ได้ร่วมใจกันสร้างพระราชานุสาวรีย์ขึ้น ณ ใจกลางโรงพยาบาลศิริราช โดยกรมศิลปากร มีศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ควบคุม มีนายสนั่น ศิลากรณ์ เป็นประติมากร มีลักษณะเป็นพระรูปหล่อโลหะสัมฤทธิ์ ความสูง 2 เมตร โดยประมาณ ประทับพระเก้าอี้ ฉลองพระองค์ครุย พระหัตถ์วางบนตำราแพทย์ซึ่งตั้งบนพระเพลา เพื่อน้อมเกล้าถวายความกตัญญูกตเวทีและเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณให้ไพศาลเป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่งหลังได้จำเริญตามรอยพระยุคลบาทสืบไป โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินในพิธี เปิดพระราชนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2493 และในวันที่ 24 กันยายนปีเดียวกันนี้เอง นักศึกษาแพทย์ได้ริเริ่มจัดงานขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ โดยมีพิธีวางพวงมาลา ถวายบังคมพระรูป อ่านคำสดุดีพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และทางคณะแพทย์ศาสตร์ พร้อมด้วยศิริราชพยาบาล ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ให้ยึดถือเอาวันที่ 24 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่น้อมรำลึกถึงพระองค์ โดยให้ชื่อว่า "วันมหิดล" และงานวันมหิดลได้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ 24 กันยายน 2499 โดยจัดให้มีพิธีสงฆ์ ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเช้า และการนำพวงมาลาไปสักการะที่พระรูป           พระราชานุสาวรีย์นี้ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม ครั้งแรกเมื่อปี 2517 และอีกครั้งในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยสร้างรากฐาน และบริเวณโดยรอบทั้งหมดเพื่อให้ถาวร สง่างามและสมพระเกียรติยิ่งขึ้น

 

ทรงเป็นองค์ต้นราชสกุล “มหิดล” ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์ และประชาชนทั่วไปว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”

มีพระนามตามพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช นเรศวรมหาราชาธิบดินทร์ จุฬาลงกรณทราชาวรางกูร สมบูรณ์เบญจพรศิริสวัสดิ์ ขัติยวโรภโตสุชาติ คุณสังกาศเกียรติประกฤษฐ์ ลักษณวิจิตรพิสิฏฐ์บุรุษ ชนุดมรัตรพัฒนศักดิ์ อัครราชวรกุมาร กรมขุนสงขลานครินทร์”

เมื่อทรงมีพระราชอิสริยยศ “สมเด็จฯเจ้าฟ้ามหิดล” พระชนมายุ 13 พรรษา ทรงรับรู้ถึงความทุกข์ของพระบรมราชชนนี คือสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา ที่ทรงเสียพระทัย ที่ต้องทรงสูญเสีย****เด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร รัชทายาทพระองค์แรก จากนั้นตำแหน่งรัชทายาทได้เปลี่ยนสายไปยัง สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สมเด็จฯเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7)

ด้วยความรับรู้ถึงความเสียพระทัยของพระราชชนนี เจ้าฟ้ามหิดล ทรงกราบทูลสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า “…โตขึ้นพอมีความคิด ก็รู้สึกสลดใจว่าตั้งแต่หม่อมฉันเกิดมาเห็นแต่เสด็จแม่ทรงเป็นทุกข์โศก ไม่มีอะไรที่จะทำให้ชื่นพระหฤทัยเสียเลย สงสารเสด็จแม่…”

“จึงคิดว่าลูกผู้ชายของท่านก็เหลืออยู่แต่หม่อมฉันคนเดียว ควรจะสนองพระคุณด้วยการทำการงานอย่างหนึ่ง ให้เสด็จแม่ทรงยินดี ด้วยเห็นลูกสามารถทำความให้เป็นคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองได้”

 

ที่มา: http://www.sk-local.go.th/connect/detail/214521/data.html

ที่มา: https://www.prachachat.net/prachachat-hilight/news-767693